[fiction] สืบซ้อนกล คนสองวิญญาณ: ๒ สิ่งที่เห็น
posted on 25 Oct 2011 15:16 by musicoftheknightEVE: สำหรับจขบ. ตอนที่น่ากลัวที่สุดของหนังผี ก็คือตอนที่ตัวเอกไม่รู้ว่าผีจะโผล่เมื่อไหร่ ถ้าโผล่แล้วเป็นหายกลัว... เรื่องสั้นผี ๆ ก็ไม่ต่างกันนัก เคยเขียนเรื่องแนวตื่นเต้นระทึกขวัญมาก่อน แต่ไม่เคยเขียนแนว 'ผี' แบบที่ผีโผล่เป็นตัวเป็นตน ลองดูถึงรู้ว่ายาก กะจังหวะปล่อยไม่ถูกเลย ฮ่า ๆ
ยังไงก็ตาม หวังว่าจะสนุกกับตอนนี้นะคะ
สืบซ้อนกล คนสองวิญญาณ
ตอนที่ ๒
สิ่งที่เห็น
‘บ้านวิญญาณครวญ’ ยังสงบนิ่ง
...อย่างน้อยก็ในสายตาของวัชร
“อยู่ไหน ! ออกมาเลย !” ชายหนุ่มร้องท้า มุมปากติดรอยยิ้ม แม้ว่าขนที่ท้ายทอยจะแข่งกันลุกชูชัน “กูไม่กลัวพวกมึงหรอก”
“วัชร พอเหอะ...” เอกพึมพำ กวาดตามองรอบห้อง รู้สึกเหมือนมีสายตานับสิบคู่จับจ้องจากในเงามืด กลิ่นสาบสางฉุนกึกจนแทบหายใจไม่ออก
“ไม่เห็นมีเหี้ยอะไรเลย” วัชรหัวเราะ “ไหนว่าเฮี้ยนนักเฮี้ยนหนา”
ประตูห้องค่อย ๆ อ้ากว้าง เสียงบานพับครางแผ่ว หวน...โหย คล้ายเสียงครวญคร่ำยามใกล้สิ้นใจ เอกขนลุกเกรียว หูแว่วได้ยินเสียงคนพูดคุย ลมอ่อนเฉียดผ่านร่างเหมือนใคร...หลายคน...เดินผ่าน
“ไอ้วัชร !”
“แค่ประตูขยับ ตะโกนทำซากอะไร” วัชรเหลียวมองประตู แสงเทียนในมือวูบวับตามการเคลื่อนไหว น้ำตาเทียนหยดต้องนิ้ว เขาสบถ
เอกหน้าซีด ปากสั่น มองบานประตูเปิดเชื่องช้า “ป...ประตู...”
วัชรแค่นหัวเราะ “นี่มั้ง ที่มาของวิญญาณครวญ ประตูครวญละไม่ว่า”
พูดไม่พูดเปล่า เขาก้าวฉับ ๆ ไปยังประตูห้อง เตะเต็มแรง บานประตูกระแทกปิดปังใหญ่ พร้อมกับที่เทียนในมือดับวูบ
“โว้ย ดับอีกแล้ว” วัชรหงุดหงิด
อีกครั้งที่ต้องตกอยู่ในความมืด...คราวนี้มืดจนมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น
“วัชร...กูพูดจริง ๆ ...กูกลัว” เอกเสียงสั่น
“กลัวทำไม มืดขนาดนี้ถึงผีมาก็มองไม่เห็น”
แสงไฟกะพริบเป็นระยะ...วัชรพยายามจุดไฟแช็คเพื่อคืนแสงสว่างให้เทียน เอกแข็งใจเดินเข้าหาแสงไฟที่ติด ๆ ดับ ๆ อย่างรวดเร็ว
เทียนในมือเอกดับนานแล้ว แต่เขากำมันแน่นราวกับเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์
พลัน เสียง ‘ปัง’ ดังลั่น ตามด้วยเสียงลากครืดใหญ่ และเสียงของหนัก ๆ กลิ้งตก
“วัชร !” เอกพุ่งเข้าหาประตู หวังจะคว้าแขนเพื่อน แต่กลับไม่พบอะไรในความมืด มือของเขาสัมผัสได้แต่ความว่างเปล่า “วัชร ! ไอ้วัชร !”
ชายหนุ่มยื่นแขนออกไปข้างหน้า ใจเต้นกระหน่ำ เขาคาดว่าจะพบบานประตู แต่ไม่พบ...
ใครบางคน...หรือหลายคน...หัวเราะอยู่ในความมืด
“เฮ้ย...กูไม่เล่นนะเว้ย...ไอ้วัชร...” เอกครางหงิง เกือบร้องไห้ “วัชร มึงพาเพื่อนมาแกล้งกูใช่ไหม”
หากเป็นอย่างนั้นจริง...ก็คงดี
เสียง ‘ปัง’ ดังขึ้นอีกครั้ง แทบจะพร้อมกับที่สายลมวูบใหญ่พัดผ่านหน้า เอกผงะถอย เขารู้แล้วว่านั่นคือเสียงกระชากบานประตูปิดเปิด แต่ใครปิด...ใครเปิด
คราวนี้...เมื่อเอื้อมมือออกไป เขาสัมผัสได้ถึงพื้นผิวสากแข็งของประตูห้อง
ประตูปิดแล้ว ปิดแน่น
ในห้องมืดยิ่งกว่ามืด
“โอย...”
ยิ่งวัชรพยายามขยับก็ยิ่งเจ็บ
ตอนนี้...เขาโกรธมากกว่ากลัว มีใครบางคนเปิดประตูกระแทกใส่หน้าเขาอย่างแรง แล้วลากเท้า เหวี่ยงลงบันได
ข้อเท้ายังปวดปลาบ
โทรศัพท์มือถือหงายหน้าอยู่ไม่ไกล ไฟจากหน้าจอสว่างโพลง
“ไอ้กาจ มึงใช่ไหม” เขาดิ้นรนลุกขึ้น คำผรุสวาทเอ่อขึ้นจ่อคอหอย เตรียมตัวสาดออก แต่...
ใครบางคนเดินลงบันได
วัชรไม่เห็น แต่ได้ยิน เขาตวัดตามองไปยังทิศของขั้นบันได แสงจากหน้าจอมือถือทำให้ความมืดที่ล้อมรอบยิ่งมืดหนัก เขาคว้ามือถือ หันหน้าจอไปทางบันได เสียงเดินชะงัก
“ใครวะ แน่จริงมึงลงมาหากูนี่” วัชรตะคอก
ปัง ปัง ปัง ปัง ...เสียงทุบประตูรัวเร่งดังตอบ ตามด้วยเสียงตะโกนฟังไม่ได้ศัพท์จากชั้นสอง นั่นเป็นเสียงของเอก
โทรศัพท์ดัง วัชรรับสาย ได้ยินเสียงอู้อี้ของกาจ มีเสียงรบกวนแทรกจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง
“ไอ้กาจ มึงอยู่ไหน ไอ้เหี้ย” เขาชิงด่าขณะเพื่อนยังพูดไม่จบ
“มึง......แหละ...ไหน” เสียงกาจขาดเป็นห้วง ๆ แต่ยังพอจับใจความได้
“กูก็อยู่ในบ้านสิ จะอยู่ไหน มึงนัดใครมาแกล้งกูใช่ไหม มึงจำไว้เลยนะ ไอ้ส...” วัชรตะโกนกรอกโทรศัพท์ แต่เงียบไปก่อนจะพูดจบประโยค เสียงที่บันไดกลับมาอีกครั้ง
“...บันได...ไม่เห็น...” เสียงกาจยังแว่วจากโทรศัพท์เป็นระยะ “...ไหน...”
“ไอ้กาจ มึง...มึงอยู่ไหน” วัชรถอยห่างจากบันได
“...หน้า...” สายตัดไป
ไม่...ไม่ใช่สายตัด แต่โทรศัพท์ดับ แบตเตอรี่หมดแล้ว
วัชรเหลียวซ้ายแลขวา หายใจแรง ประสาทเครียดเขม็ง แน่ใจว่ามีบุคคลอื่นนอกจากพวกเขาอยู่ในบ้านหลังนี้
ท่ามกลางความเงียบ แม้เสียงเพียงเล็กน้อยก็ได้ยินชัด
เขาได้ยินเสียงเดิน เสียงกระซิบ...และเสียงลมหายใจ... จากนี้ใครบอกว่าผีไม่มีลมหายใจ เขาคงเถียงหัวชนฝา เขาได้ยินเสียงลมหายใจดังจากรอบทิศ ตีวงโอบเข้ามา แต่ไม่เห็นตัวผู้หายใจแม้แต่ ‘คน’ เดียว
...ถ้ายังนับเป็น ‘คน’ ได้
เสียงทุบประตูกับเสียงตะโกนของเอกเงียบไปแล้ว เหลือเพียงเสียงลมหายใจ ทั้งของวัชร...และของใครอีกหลาย ‘คน’
วัชรล้วงไฟแช็ก นิ้วโป้งสั่นเทาเลื่อนไปที่ตัวจุดประกายไฟ...
“เลิกล้อกูเล่นสักทีเหอะวะไอ้วัชร กูจะกลับจริง ๆ แล้ว”
กาจตะโกน เขายืนอยู่หน้าบันได มองทั้งซ้ายทั้งขวา ไม่เห็นใครแม้แต่คนเดียว
ชายหนุ่มกลับเข้ามาในบ้านวิญญาณครวญเป็นรอบที่สองตามที่นุ่นขอ แต่ไม่เห็นเพื่อน สัญญาณโทรศัพท์ไม่ดี ครั้งสุดท้ายที่ติดต่อวัชรได้ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง เสียงขาด ๆ หาย ๆ สุดท้ายสายตัด จับใจความได้แค่ว่ายังอยู่ตรง ‘บันได’
“ไอ้วัชร ไอ้เอก กูกลับแล้วนะ” เขาตะโกนอีกรอบ ละล้าละลัง
บ้านเงียบสงบ ไม่ให้ความรู้สึกอึดอัดเช่นครั้งแรกที่เข้ามา แม้แต่กลิ่นสาบสางก็ไม่มี มีเพียงบรรยากาศนิ่ง เย็น ว่างเปล่า ราวกับอะไรก็ตามที่อยู่ในบ้านหลังนี้กลับสู่สภาวะหลับใหล
กาจเริ่มคิด...บางทีวัชรอาจแกล้งอำเล่น...อาจจะออกจากบ้านไล่เลี่ยกับเวลาที่เขาออกมา เพียงแต่ออกทางหลังบ้าน แล้วแอบซุ่มดู...หรือถ่ายคลิป...เก็บภาพเขาไว้ประจานทีหลัง
“มึงจำไว้” เขาพึมพำ ก่อนจะผลุนผลันออกจากบ้าน สตาร์ตมอเตอร์ไซค์ขับจากไป
ยิ่งมืด ยิ่งน่ากลัว
ยิ่งไม่เห็น...ก็ยิ่งกลัว
การตกอยู่ในความมืด มองไม่เห็นอะไร อยู่ภายใต้จินตนาการของตน หวาดผวาว่าอะไรจะโผล่มา และจะโผล่มาตอนไหน ทรมานยิ่งกว่าเห็นไปเลยจะจะ...
เอกเลิกทุบประตู ขดตัวหลังพิงฝา
“อย่าทำอะไรผม...ผมไม่เกี่ยว...ไอ้วัชรมันลองดีเอง...ผมไม่เกี่ยวนะครับ...” เขาเริ่มอ้อนวอนสิ่งที่อยู่ในบ้าน เอาเสียงตัวเองเป็นเพื่อน
ภาพที่เห็นตรงบันไดตามมาหลอกหลอนอีกครั้ง แม้ว่าจะเห็นเพียงแวบเดียว
ร่างบวมอืด...เน่าเฟะ...หัวหายไปครึ่งหนึ่ง...จ้องลงมาจากหัวบันได
เพราะเห็น จึงไม่อยากขึ้นชั้นสอง เขาหวังว่าเจ้าของร่างนั้นจะไม่มาอยู่กับเขาในห้องนี้ ถ้าอยู่...ก็หวังให้ตัวเขาไม่เห็นซ้ำสอง
“ปล่อยผมไปเถอะ แล้วผมจะ...ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้” เขาพูดเสียงสั่น
เสียงครืดคราดเหมือนที่ดังจากคอสัตว์ถูกเชือดเสียดแทรกผ่านบานประตู เอกผงะ กระถดถอย เสียงเล็บครูดประตูดังตามมา จากนั้นจึงเป็นเสียงทุบ บานประตูสั่นกราวใหญ่ อะไรบางอย่างที่อยู่อีกฟากของประตูกำลังพยายามจะเข้ามาในห้อง
เอกยกมือไหว้ท่วมหัว “ผมกลัวแล้ว ผมกลัวแล้ว !”
ราวกับเสียงของชายหนุ่มเป็นตัวจุดชนวน ยิ่งเขาอ้อนวอน สิ่งที่อยู่นอกประตูยิ่งระเบิดความบ้าคลั่ง โถมกระแทกใส่บานประตู
เอกร้องไม่เป็นภาษา กระถดถอยเข้าสู่วงอักขระใจกลางห้องโดยไม่รู้ตัว
หากมีสติสักหน่อย เขาก็จะพบว่าในบ้านหลังนี้มีพลังสองสาย สายหนึ่งขับไล่ และอีกสายหนึ่งพยายามรั้งให้เขาอยู่ที่นี่...ในห้องนี้...ด้วยจุดประสงค์บางอย่าง
เขาถอยหลังต่อไปอีก จนกระทั่งแผ่นหลังกระทบถูกความร้อนขุมหนึ่ง มันร้อนจนเขาสะดุ้ง
เมื่อหันกลับไป เขาเห็น...
อ่านแล้วจินตนาการไปด้วยมันช่างน่าขนหัวลุก -_-,, (ใช้อีโมผิด)กลัวทั้งของวัชรทั้งเอกเลย ทำไมรู้สึกว่าวัชรจะโดนหนักกว่าเพราะท้าและลองดีก็ไม่รู้
กาจไปแล้วอ่าาาาาา แล้วจะทำไงล่ะ แต่นับว่าเป็นเพื่อนที่ดีนะ ถึงจะกลัวก็ยังอุตส่าห์กลับมาตามหา...
ว้าก อยากอ่านต่อ ออดอ้อนคุณอีฟฟฟ
#1 By persona non grata on 2011-10-25 18:29